Boondee Workshop ©
Boondee Workshop
supa boondee

เกี่ยวกับเรา

เราเป็นนักประดิษฐ์ เมื่อปี ค.ศ. 1999 และก่อตั้งห้อง lab และ workshop เป็นเรื่องเป็นราวเมื่อปี ค.ศ. 2006 มีความคิดริเริ่มที่จะสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ โดยเริ่มจากการเฝ้าสังเกตุ ค้นหาปัญหาและอุปสรรค์ของผู้บริโภค จากนั้นทำการสำรวจสินค้าที่มีอยู่ตามท้องตลาดว่ามีผลิตภัณฑ์อะไรบ้างที่สามารถแก้ปัญญาตามสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือไม่ ถ้าไม่มีหรือมีแล้วแต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ 100% ทางเราก็จะค้นหาต่อไปว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นกลุ่มใด มีรายได้เท่าไร และทำการหาข้อมูลทางการตลาดว่ามีขนาดตลาดใหญ่เท่าใด กว่าจะเริ่มทำการคิดค้นตัวสินค้า เนี่ย ก็ต้องวิเคราะห์ข้อมูลมากมาย รวมถึงทำแผนธุรกิจแบบคร่าว ๆ เพื่อให้รู้ต้นทุน ราคาจำหน่าย และมูลค่าตลาด เมื่อตกผลึกแล้ว จึงเริ่มคิดค้นสิ่งประดิษฐ์นั้น โดยเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ความเป็นไปได้จากกฏของธรรมชาติ และทฤษฏีก่อนว่า ไอ้ที่เรากำลังจะทำ เนี่ย มันมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน คือขั้นตอนนี้เกี่ยวกับวิชาการล้วน ๆ ยังไม่ลงลึกไปถึงการประดิษฐ์เลย เมื่อได้ข้อสรุปแล้วว่าทำได้ ขั้นตอนต่อไปก็คือค้นหาว่าจะต้องใช้ technology อะไร ต้องใช้เครื่องจักรหรือเครื่องมืออะไรบ้าง รวมถึงอุปกรณ์และวัตถุดิบทั้งหมด จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนวางแผนสร้างเครื่องต้นแบบตามที่ได้ศึกษาค้นคว้ามา ไอ้ขั้นตอนนี้แหละใช้เงินเยอะมาก บางทีอุปกรณ์หรือวัตถุดิบที่เราซื้อมาเพื่อจะสร้างเครื่องต้นแบบมันผิด spec หรือไม่ตรงตามที่เราต้องการ ก็ต้องกลับไปแก้ไขแบบ design บางทีอาจต้องไปแก้ไขทฤษฏีตั้งแต่ต้นเลย จากนั้นเมื่อหาอุปกรณ์และวัสดุ และเครื่องมือได้แล้ว ก็จะเริ่มสร้างเครื่องต้นแบบตามแนวคิดที่ได้วางแผนไว้แล้ว เมื่อเครื่องต้นแบบเสร็จ ก็มาถึงขั้นตอนของการทดสอบ ทดลอง ว่ามัน work มั๊ย มันได้ผลตามที่เราต้องการหรือไม่ หากผลที่ได้ยังไม่เป็นที่น่าพอใจก็ต้องกลับไปปรับปรุงเครื่องต้นแบบอีกครั้ง หรือหลายครั้ง แล้วทำการทำสอบอีก คุณคิดดูก็แล้วกัน สิ่งประดิษฐ์แต่ละตัวกว่าจะออกมาเป็นรูปธรรมเนี่ย มันใช้เงิน ใช้เวลา และความอุตสาหะมากแค่ไหน ... พอเครื่องต้นแบบสำเร็จแล้ว คราวนี้ก็ต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะเราลงทุนไปเยอะแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการยื่นขอจดสิทธิบัตร เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองทางกฏหมาย จดที่ประเทศอะไรก็ได้รับความคุ้มครองที่ประเทศนั้น ตรงนี้ก็มีค่าใช้จ่ายสูงเหมือนกัน และใช้เวลานานเนื่องจากขั้นตอนของสิทธิบัตร เนี่ย มันเยอะมาก บางเรื่องต้องให้ทนายหรือตัวแทนสิทธิบัตรช่วยทำให้

เมื่อได้รับความคุ้มครองทางกฏหมายแล้ว ก็มีงานให้ต้องคิดอีก คือ ทำอย่างไรให้ได้เงิน จะขาย หรือจะอนุญาติให้ใช้สิทธิบัตร หรือจะผลิตขายเอง โอ๊ย ไม่หมูเลย เมื่อตัดสินใจแล้ว คราวนี้ก็มาถึงเรื่องการตลาดและการขาย จะขายอย่างไร ขายให้ใคร ราคาเท่าไร เมื่อไรจะขายได้ มีค่าใช้จ่ายทางการตลาดอะไรบ้าง เป็นต้น สรุปก็คือทำเองหมดทุกอย่างตั้งแต่คิดค้นสินค้า เขียนแผนธุรกิจ ออกแบบการตลาดและการขาย ผลิตเอง บรรจุหีบห่อเอง ทำ invoice เอง เก็บเงินเอง ส่งของเอง ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ อิอิ

ขายไปต่างประเทศ ไอ้พวกฝรั่งมันก็เอาของเราไปต่อยอด หรือ เอาไปก๊อปขาย เห็นตำตาเลยแต่ทำอะไรมันไม่ได้ มานั่งคิดถ้าจะต้องจ้างทนายฝรั่งฟ้อง โห.. ค่าทนายโหดมาก ฟ้อง 1 ราย ค่าใช้จ่าย 1 คดี ถ้ามีคนละเมิดสินค้าของเรา 100 ราย ก็ต้องเสียเงินค่าทนาย 100 คดี คำนวนออกมาเป็นตัวเงินแล้ว หงายท้องเลย ขายไปต่างประเทศ เนี่ย ต้องทำใจ ก็แก้ปัญหาด้วยการออก version ใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ มันตามก๊อปได้ก็ให้มันรู้ไป เราก็ออก version ใหม่อีก เวรกำ อิอิ ประเทศที่มีการละเมิดมากที่สุดก็แถว ๆ เอเชีย นี่ แหละ ..มาระยะหลัง ๆ ก็ขายเฉพาะประเทศอเมริกา และ กลุ่มประเทศยุโรปเท่านั้น เพราะจากประสบการณ์ชาติเหล่านี้เคารพสิทธ์และไม่ละเมิดสินค้าของผู้อื่น ราคาก็ดีด้วย

ปัจจุบัน Supa BoondeeWorkshop เป็นสมาชิกขององกรณ์ต่าง ๆ ดังนี้
  1. สมาคมนักประดิษฐ์สหรัฐอเมริกา กรุงวอชิงตัน ดีซี.
  2. หอการค้าสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
  3. สมาคมเดอะอินเว็นเตอร์ ออฟ นิว อิงแลนด์, รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐฯ
  4. เป็นนักประดิษฐ์ไทยคนแรกที่ได้รับใบอนุญาติจากสำนักงานสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา ให้สามารถยื่นขอจดสิทธิบัตรได้ด้วยตนเองจากประเทศไทยด้วยวิธีการ e-filling โดยไม่จำเป็นต้องผ่านหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือตัวแทนสิทธิบัตร และทนายความในสหรัฐฯและในประเทศไทย ทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจ้างทนายความและตัวแทนสิทธิบัตรได้มากมาย พร้อมกับลดระยะเวลาและขั้นตอนได้มาก การยื่นจดสิทธิบัตรสามารถกระทำได้รวดเร็วภายใน 24 ชม. พร้อมกับมีช่องทางการชำระค่าธรรมเนียมได้หลายช่องทาง อาทิ บัตรเครดิต โอนเงิน เป็นต้น ซึ่งสะดวกรวดเร็วมาก เมื่อพนักงานรับเอกสารแล้ว เราก็จะได้หมายเลขตอบรับ เรียกว่า pending patent ภายใน 48 ชั่วโมง
  5. ได้รับสิทธิให้สามารถเสนอผลงานสิ่งประดิษฐ์กับหน่วยงานเอกชนของสหรัฐฯซึ่งสนับสนุนโดยสำนักงานสิทธิบัตรและสมาคมนักประดิษฐ์สหรัฐอเมริกา
ปัจจุบันประเทศสหรัฐฯ ได้มีการพัฒนาระบบการจดสิทธิบัตรให้ง่ายและประหยัดค่าใช้จ่ายมาก เรียกระบบนี้ว่า Provisional Application for Patent หมายความว่าถ้าเรามี idea อะไรดี ๆ เรายังไม่พร้อมที่จะยื่นขอจดสิทธิบัตร แต่อยู่ในระหว่างการวิจัย การทดลอง เราสามารถจด idea เบื้องต้นที่เราคิดค้นขึ้นมากับสำนักงานสิทธิบัตรสหรัฐฯได้ทันที โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 6000-9000 บาท (จำตัวเลขไม่ได้ ขอโทษที) และได้รับความคุ้มครองทางกฏหมาย 18 เดือน แต่ในระยะเวลา 18 เดือนนี้เราต้องยื่นเอกสารที่สมบูรณ์เพื่อขอจดสิทธิบัตรให้เสร็จสิ้นหากพ้นกำหนด 18 เดือนเราจะไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฏหมาย วิธีการนี้ดีมากเลยค่ะ แต่ประเทศไทยยังไม่มีเลย

เราเปิดอบรมหลักสูตรขอใบอนุญาติจดสิทธิบัตรกับทางสำนักงานสิทธิบัตรประเทศสหรัฐอเมริกา
BOONDEEWORKSHOP.COM
All Rights Reserved, CopyRights © 2006-2013 boondeeworkshop.comHome | Contact Us | About Us |
E-Commerce Registration No. 3101701494136